1. Canmake

เครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นแบรนด์นี้เราน่าจะคุ้นเคยดีกันอยู่เนอะ มีขายตามร้านดักสโตร์ในไทยด้วย ราคาไม่แพงมาก แต่ที่น่าหิ้วกลับมาก็เพราะว่าราคาที่ไทยและที่ญี่ปุ่น มันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน แพคเกจของ CANMAKE น่ารักน่าสอยไปทุกอย่างด้วย ทั้งบลัชออน ลิปกลอส ส่วนไอเท็มเด็ดที่แนะนำของแบรนด์นี้ สตรอเบอร์รี่น้อยฯ แอบกระซิบให้ว่าเป็นเจ้าตัว Lasting Multi Eyebase WP (ราคา 500 เยน) ซึ่งเป็นเบสทาก่อนที่จะลงอายแชร์โดว์ ทำให้อายแชร์โดว์และไอไลเนอร์ติดทนขึ้น ซึ่งมันเริ่ดมากกกก อยากให้ลอง!

2. DAISO

เครื่องสำอางจากไดโซะนี้เองก็น่าเล่นไม่แพ้กัน ราคาจะตกอยู่ที่ 100 เยนทั้งร้าน (มีภาษีเพิ่มอีก 8 เยน) ซึ่งคอนเวิร์ทมาเป็นเงินไทย จำนวนเท่าไหร่ ก็เช็คเรทตามค่าเงินในช่วงเวลานั้นเลยนะจ๊ะ ถ้าซื้อที่ไทยก็แพงกว่าเกือบเท่าตัว ไอเท็มเด็ดของไดโซะจะเป็นตัวอายแชร์โดว์ Elfa pearl eye shadow มีหลากหลายสีให้เลือก นอกจากนั้นก็ยังมีพวกสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้นให้ลองเล่นมากมาย รวมถึงน้ำยาล้างพัฟและล้างแปรงแต่งหน้าก็เลิศสุดๆ

3. Can★Do

ร้าน Can★Do จะเป็นร้านอารมณ์เดียวกับไดโซะ สินค้าทุกอย่างในร้านมีราคา 100 เยนเท่ากันกับร้านไดโซะเลยจ้า เครื่องสำอางของร้าน Can★Do ค่อนข้างโด่งดังในเว็บ cosme.net ซึ่งเป็นเว็บรีวิวเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น น่าลองมั่กๆ

4. CEZANNE

แบรนด์นี้สตรอเบอร์รี่น้อยฯว่า เพื่อนๆ ก็คงเคยเห็นมาบ้างตามวัตสันหรือซูรุฮะในไทย ซึ่งในญี่ปุ่นเองเครื่องสำอางแบรนด์นี้ก็ได้รับความนิยมจากสาวๆ เหมือนกันจ้ะ ไอเท็มเด็ดที่สาวไทยเคยเครซี่กันพักนึงก็จะเป็น CEZANNE UV Foundation EX Plus Powder SPF23 PA++ (ราคา 500 เยน) แป้งพับผสมรองพื้นเนื้อบางเบาซึ่งเคยได้รับรางวัล Cosme Award ด้วยนะจ๊ะ ถ้าเทียบราคากันแล้ว แน่นอนว่าของที่ญี่ปุ่นถูกกว่า คอนเฟิร์ม! และตอนนี้เค้าก็มีรุ่นใหม่ Cezanne UV Foundation EX Premium SPF31PA+++ (ราคา 800 เยน) เพ็คเกจจะมีวิ๊งๆ ดูพรีเมี่ยมกว่ารุ่นตลับเขียวและราคาแพงกว่า 300 เยนค่ะ เนื้อแป้ง 2 รุ่นนี้ต่างกันนิดหน่อย ชอบเนื้อแบบไหนไปลองกันได้

5. Coffret D’or

แบรนด์ Coffret D’or นี้ ถ้าเป็นในไทยส่วนใหญ่เค้าจะขายอยู่ในเค้าเตอร์เครื่องสำอางของ Kanebo แต่ถ้าเป็นในประเทศญี่ปุ่นจะสามารถหาเจอได้ง่ายๆ ตามร้าน Drug Store ทั่วไป อย่างเช่น มัตสึโมโตะ เป็นต้นจ้า ไอเท่มเด็ดของแบรนด์นี้ สตรอเบอร์รี่น้อยฯ ชอบบลัชออน Coffret D’or Smile Up Cheeks (ราคา 2,300 เยน) แถมแปรงให้ด้วยนะ นุ่มนิ่มมาก แถมสียังสวย ปัดแล้วสวยจริงๆ และแน่นอนอยู่แล้วว่า ราคาถ้าให้เทียบถูกกว่าไทยมากแน่นอนจ้า ห้ามพลาดเชียวนะ

6. KATE

อันนี้สตรอเบอร์รี่น้อยฯ มีความแอบหมั่นพรีเซนเตอร์แบรนด์นี้เล็กๆ นางสวยไง ฝาชี (สามี) นางก็น่ากิน เอาล่ะ เอาล่ะ เข้าเรื่อง เครื่องสำอางแบรนด์ KATE เพื่อนๆ สามารถหาเจอได้ตามวัตสัน, ซูรุฮะ, ร้านอีฟแอนด์บอย ในประเทศไทย ซึ่งแบรนด์นี้ค่อนข้างจะโดดเด้งมากในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคิ้ว ทนจริง ทนจังอะ สตรอเบอร์รี่น้อยฯ ยังภักดีกับแบรนด์เค้าเลย ในญี่ปุ่น เพื่อนๆ สามารถหาได้ตามร้าน Drug Store ทั่วไปเลยจ้า ใครหาไม่เจอเอาไม้มาตีสตรอเบอร์รี่น้อยฯ ได้เลย

7. Visée

แบรนด์ Visée นี้อยู่ในครือ KOSÉ อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ เพราะในไทยยังไม่มีบริษัทนำเข้ามาขาย อยากได้ต้องฝากเค้าหิ้วเอา ที่ญี่ปุ่นนี่อายแชร์โดว์เค้าดังมาก ได้รางวัลจากเว็บ cosme.net มาทั้ง Riche Nudy Rich EyesRiche Glossy Rich Eyes รวมถึงบลัชออน Lip & Cheek Cream แพคเกจดูลึลับหรูหรา แต่ราคาไม่แพงเลย มาแนวๆ เดียวกับ KATE หาได้ตามร้าน Drug Store ทั่วไปเช่นกันจ้า

8. MAJOLICA MAJORCA

แบรนด์ MAJOLICA MAJORCA นี้ก็เป็นอีกแบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่มีวางขายตามร้าน Drug Store ในไทย เป็นเครื่องสำอางที่เด่นในเรื่องของมาสคาร่าปัดเด้ง งอนไปถึงพรุ่งนี้อย่าง Lash Gorgeous Wing และ Lash King Mascara แต่ค่อนข้างล้างออกยากหน่อย ส่วนอายไลน์เนอร์ Perfect Automatic Liner ของเค้าก็ดังนะ อายแชโดว์ก็น่ารักฟรุ้งฟริ้ง คริคริ ส่วนใหญ่สามารถตามหาแบรนด์นี้ได้ที่ร้าน Drug Store ทั่วไปในญี่ปุ่นจ้า

9. INTEGRATE

ไปญี่ปุ่นต้อง Strong ทั้งจิตใจและการเงินค่ะ เห็นอะไรก็น่ารัก อยากได้ไปหมด แบรนด์นี้ก็เช่นกัน ยังไม่มีขายในไทยด้วย อยู่ในเครือ SHISEIDO ราคาพอๆ กันกับ MAJOLICA MAJORCA ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำของ INTEGRATE คือ อายแชโดว์สำหรับคิ้ว Eyebrow & Nose Shadow และลิปกลอส Girls Kiss Jelly ที่เคยได้รางวัลจากเว็บ cosme.net มาค่าาา

10. Ettusais

เป็นแบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายและผิวเป็นสิวค่ะ และยังคว้ารางวัลจากเว็บ cosme.net ญี่ปุ่นมาได้หลายรายการเลย แพคเกจก็น่ารักมากด้วย ขอบอกๆ มีให้เลือกทั้งสกินแคร์และเมคอัพ ที่ฮิตๆ อยู่ตอนนี้ก็เป็น Premium Amino Caviar Cream ที่ช่วยให้ผิวเด้งและเปล่งปลั่ง นอกจากนั้น ก็ยังมีผลิตภัฑ์เด่นๆ อีก เช่น Mineral BB creamLip Essence เป็นต้น ราคาจะนำโด่งกว่าพวก CANMAKE หรือ MAJOLICA MAJORCA เกือบช่วงตัว สามารถหาซื้อได้ตาม Drug Store ที่ญี่ปุ่น ส่วนที่ไทยก็มีขายที่เคาท์เตอร์ในห้าง และ Drug Store บางร้านจ้า

11. Hada Labo

หลุดกรอบจากเครื่องสำอางพวกเมคอัพมาที่สกินแคร์บำรุงผิวกันบ้างเนอะ Hada Labo ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในไทยพอสมควรในเรื่องของการบำรุงผิวให้นุ่มดึ๋งๆ เวลามีใครไปญี่ปุ่น ก็จะโดนให้หิ้วเจ้า Lotion น้ำตบของแบรนด์นี้มาฝากกันเยอะทีเดียว ตอนนี้ก็มีแบบเป็นถุงเติมประหยัดเงินได้หลายตังค์อยู่ และยังมีแบบเป็นเจลกระปุก All in One Gel ที่บล็อคเกอร์ไทยปลาบปลิ้มกัน เรื่องราคานั้นที่ไทยกับที่ญี่ปุ่นห่างกันอยู่ประมาณ 2 เท่านะจ๊ะ สามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่นเล้ยย

12. Tsubaki Oil ของ Ooshima Tsubaki

ต่อมาเจ้าสิ่งนี้อาจจะมีราคาสูงขึ้นมาจากแบรนด์ที่กล่าวมาข้างต้นหน่อยน้า (40ML อยู่ที่ประมาณ 1,100 เยน) แต่แน่นอนว่าเงินที่เสียไปคุ้มค่าจริงๆ ซึ่งเจ้าออยล์ตัวนี้เป็นสินค้าขายดีของแบรนด์ Ooshima Tsubaki ผลิตมาจากเปลือกไม้ผลของคามิลเลีย 100% ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียให้ดูมีชีวิตชีวา หรือจะเอามานวดหน้าก็ย่อมทำได้จ้า (สตรอเบอร์รี่น้อยฯ แปลมาอย่างงั้นนะ ถ้ามันไม่โอเค อย่ามาโทษกันนะ แฮ่ๆ)

13. MUJI

หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยว่าร้านมูจิส่วนใหญ่จะเป็นแนวเสื้อผ้าโทนเรียบๆ หรือว่าของแต่งบ้านสไตล์เรียบๆ แต่เก๋ไก๋ แต่ว่าในร้านนี้ยังมีมุมเครื่องสำอางให้ได้ลองใช้กันด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น โทนเนอร์ที่มีสารสกัดจาก Jojoba Oil เป็นผลิตภัณฑ์เด่นของที่นี่ทีเดียวแหล่ะ นอกจากนั้นก็ยังมีพวกเมคอัพและอุปกรณ์เมคอัพให้เลือกซื้อด้วยนะคะ สำลีแผ่นใหญ่ของแบรนด์นี้ก็นิยมมาใช้กับพวกโลชั่นทำเป็นมาส์กด้วยค่ะ

14. Abura Tori Gami ของ Yojiya

เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงในเรื่องของกระดาษซับมัน Abura Tori Gami ซึ่งผลิตจากใยฝ้าย สามารถซับน้ำมันที่อยู่บนผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยไม่ทำให้เครื่องสำอางหลุดติดแผ่นซับมันมาอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อนนน เค้ายังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกนะ อย่างเช่น ผงล้างหน้า โฟมล้างหน้า หากใครไปญี่ปุ่นอย่าลืมซื้อมาฝากสตรอเบอร์รี่น้อยฯบ้างน้า

15. Kotoshina

เครื่องสำอางแบรนด์นี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหู คุ้นตาเพื่อนๆ ซักเท่าไหร่ สตรอเบอร์รี่น้อยฯก็เลยจะเล่าให้ฟังว่า เค้าเด่นในเรื่องของ Organic Product ไม่ว่าจะเป็นโทนเนอร์ ครีมบำรุงผิว ซึ่งเค้าใช้สารสกัดที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่เป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดการแพ้แต่อย่างใด (เค้าเคลมว่างี้นะ) หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในญี่ปุ่นจ้า

16. MAQuillAGE

MAQuillAGE เป็นอีกแบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่แพคเกจจิ้งน่ารัก ฟรุ้งฟริ้งมาก อีกทั้งเน้นในเรื่องการแต่งหน้าเบาบางใสๆ ที่ดังๆ ก็มีลิปกลอส บลัชออน และแป้งพับ ราคาจะแพงกว่าแบรนด์ MAJOLICA MAJORCA ที่อยู่ในเครือเดียวกันหน่อย หาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไปในญี่ปุ่นเหมือนกันจ้า อ้อ อ้อ เรื่องราคาก็ถูกกว่าที่ไทยตามท้องเรื่องเช่นกัน

17. SHISEIDO

SHISEIDO เป็นแบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ละ แบรนด์หลักค่อนข้างราคาสูงพอตัวเลย แพคเกจเน้นความหรูหรา แบรนด์ย่อยอย่าง MAQuillAGEMAJOLICA MAJORCA ก็ถูกลงมาหน่อย ไวท์เทนนิ่งในไลน์ WHITE LUCENT น่าจะเป็นที่รู้จักดีของคนไทย ถ้ากำลังมองหาครีมกันแดด สตรอเบอร์รี่น้อยฯ ขอแนะนำ Anessa ซึ่งอยู่ในเครือนี้เหมือนกันจ้า แอบบอกนิดนึงว่า ครีมกันแดดถูกกว่าไทยเยอะ หากมีโอกาสไปเที่ยว แนะนำให้โกยกลับมาเลยจ้า

18. SK-II

แทร่น แทร๊นนนน มาถึงน้ำป้าเจี๊ยบ หรือ SK-II อันโด่งดังมาก แบรนด์นี้เอาจริงๆ สตรอเบอร์รี่น้อยฯ ว่า ถ้าไม่ซื้อตอนเค้าจัดโปรฯลดราคา ราคาไม่ค่อยแตกต่างจากเมืองไทยซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าหากไปเจอตอนเค้าลดราคา ก็อย่าพลาดที่จะสอยมาละกันนะ