เช่ารถญี่ปุ่น พร้อมคนขับ

เชื่อว่าแผนการเที่ยวโอซาก้าของหลาย ๆ คนจะต้องมีทริปไปเที่ยว Universal Studio Japan สวนสนุกสุดฮิตกันเอาไว้แล้วแน่ ๆ ก็สวนสนุกแห่งนี้เขามีชื่อเสียงเลื่องลือไม่แพ้ Tokyo Disney Land ของฝั่งคันโตเลย ใครที่กำลังวางแผน อยากรู้ข้อมูล บัตร Universal Studio Japan มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่บ้าง เล่นเครื่องเล่นอะไร มีความน่าสนใจแค่ไหน เรามีคำตอบ

Universal Studio Japan เป็นสวนสนุกของ Universal Studio ค่ายหนังใหญ่แห่งอเมริกา เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 โดยธีมของสวนสนุกและเครื่องเล่นต่าง ๆ ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ และการ์ตูนของ Universal Studio นี่นี่เป็นจุดมุ่งหมายของใครหลายคนเมื่อไปเยือนโอซาก้า สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยว อาจจะสงสัยว่า บัตร Universal Studio Japan มีกี่แบบ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ

ประเภทที่ 1 Studio Pass
(Park Entry Ticket) 1 วัน

ตั๋วประเภทนี้สามารถใช้เป็นตั๋วเข้าสวนสนุก และเล่นเครื่องเล่นได้ทุกอย่าง เป็นเวลา 1 วัน ราคานั้นจะแตกต่างกันตามช่วงเวลาแบ่งออกเป็น

ราคาของตั๋วแบบ 1 วัน ช่วงวันธรรมดา ราคาถูกสุด

 

ราคาของตั๋วแบบ 1 วัน ช่วงเสาร์อาทิตย์ หรือวันธรรมดาในฤดูกาลท่องเที่ยว

 

ราคาของตั๋วแบบ 1 วัน ช่วงเทศกาลหรือช่วงหยุดยาว เช่น ปีใหม่ โกลเดนวีค

ประเภทที่ 2 Studio Pass
(Park Entry Ticket) 1.5 และ 2 วัน

ตั๋วประเภทนี้สามารถใช้เป็นตั๋วเข้าสวนสนุก และเล่นเครื่องเล่นได้ทุกอย่าง เป็นเวลา 1.5 วัน และ 2 วันสำหรับใครที่ยังไม่จุใจ โดยบัตร 1.5 วันจะเริ่มเข้าได้ตั้งแต่เวลา 15:00 น.ของวันแรก สามารถเที่ยวชมและเล่นได้จุใจ

ราคาตั๋วแบบ 1.5 วัน

ราคาตั๋วแบบ 2 วัน


ประเภทที่ 3 Universal Express Pass

ตั๋วประเภทนี้เปรียบเสมือนบัตรผ่านที่ให้อภิสิทธิ์เราได้เข้าไปเล่นเครื่องเล่นดัง ๆ ที่มีฝูงชนมากมายเข้าแถวต่อคิวรอได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเหมือนบัตรผ่านที่ช่วยให้เราไม่ต้องต่อคิวนานนั่นเอง โดยต้องจ่ายเพิ่มจากบัตรเข้าชมปกติ มีราคาดังต่อไปนี้

Universal Express Pass 7: The Flying Dinosaur ราคา 10,800 เยน ลดเวลาการรอเครื่องเล่น The Flying Dinosaur และเครื่องเล่นอื่นๆ เช่น Mario Kart: Koopa’s Challenge และ Yoshi’s Adventure! ใช้ได้ 7 โซนแตกต่างกัน!

Universal Express Pass 4: Despicable Me: Minion Mayhem ราคา 7,800 เยน ลดเวลาการรอของคุณสำหรับ Despicable Me: Minion Mayhem และสถานที่ยอดนิยมอื่นๆ เช่น Mario Kart: Koopa’s Challenge และ Harry Potter and the Forbidden Journey™! บัตรผ่านนี้สามารถใช้ได้ครั้งเดียวใน 4 แห่งที่แตกต่างกัน!

Universal Express Pass 7: Backdrop ราคา 10,800 เยน ลดเวลาการรอของคุณสำหรับ Hollywood Dream – The Ride: Backdrop และโซนอื่นๆ เช่น Mario Kart: Koopa’s Challenge และ Yoshi’s Adventure! บัตรผ่านนี้สามารถใช้ได้ครั้งเดียวใน 7 ที่แตกต่างกัน!

Universal Express Pass 4:Fun Ride ราคา 7,800 เยน ลดเวลาการรอของคุณสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Yoshi’s Adventure! บัตรผ่านนี้สามารถใช้ได้ครั้งเดียวในสถานที่ท่องเที่ยว 4 แห่งที่แตกต่างกัน!

Universal Express Pass 4: Variety Choice ราคา 6,800 เยน เลือกระหว่าง Hollywood Dream – The Ride หรือ JAWS และ Jurassic Park – The Ride หรือ The Amazing Adventures of Spider-Man 4K3D – The Ride บัตรนี้ใช้ได้ครั้งเดียว ที่ 4 สถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน!

Universal Express Pass 7: The Flying Dinosaur & Jurassic Park ราคา 10,800 เยน ลดเวลาการรอของคุณสำหรับ The Flying Dinosaur และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ เช่น Mario Kart: Koopa’s Challenge และ Yoshi’s Adventure! บัตรผ่านนี้สามารถใช้ได้ครั้งเดียวใน 7 เครื่องเล่นที่แตกต่างกัน!

Universal Express Pass 7 : Backdrop & Spider-Man ราคา 10,800 เยน ลดเวลาการรอของคุณสำหรับ Hollywood Dream – The Ride:Backdrop และเครื่องเล่นอื่นๆ เช่น Mario Kart: Koopa’s Challenge และ Yoshi’s Adventure! บัตรผ่านนี้สามารถใช้ได้ครั้งเดียวใน 7 เครื่องเล่นที่แตกต่างกัน!

Universal Express Pass 7 : Attack on Titan XR Ride & Despicable Me: Minion Mayhem ราคา 10,800 เยน

Universal Express Pass 7 : Attack on Titan XR Ride & SING on Tourราคา 10,800 เยน

Universal Express Pass 4 : Attack on Titan XR Ride ราคา 7,800 เยน

Universal Express Pass 4 : Attack on Titan XR Ride & Backdrop ราคา 6,800 เยน

Cool Japan Express Pass 3 ราคา 6,000 เยน (ลัดคิวที่ใดที่หนึ่งใน Pretty Guardian Sailor Moon: The Miracle 4-D, HUNTER×HUNTER: The Real 4-D และ Attack on Titan XR Ride!)

Cool Japan Express Pass 1: HUNTER×HUNTER ราคา 2,00 เยน

Cool Japan Express Pass 1: Sailor Moon ราคา 2,000 เยน

*แพคเกจและราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

สำหรับใครที่ข้องใจว่า บัตร Universal Studio Japan มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ คงจะได้รับแล้ว ต่อไปก็จะเป็นเรื่องของการซื้อ มาดูกันว่าซื้ออย่างไร

วิธีซื้อ บัตร Universal Studio Japan

เมื่อเราเดินทางเข้ามาถึงแล้วเราจะได้พบกับบรรยากาศที่สนุกสนานและน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปเที่ยวในสวนสนุกกันเนี่ยจะต้องซื้อตั๋วกันก่อน การซื้อตั๋วก็ซื้อได้หลายวิธีดังต่อไปนี้

1. จองผ่านเว็บไซต์ usjticketing.com

จองได้โดยตรงทางเว็บไซต์ ภาษาอังกฤษ โดยชำระค่าบัตรผ่านบัตรเครดิต รับรหัสแลกบัตรผ่านอีเมล์ แล้วไปแลกตัวจริงก่อนเข้าสวนสนุก

2. ซื้อจากเอเจนซี่ หรือเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายจากประเทศไทย

 

     สำหรับการซื้อผ้่านเอเจนซี่จะสะดวก มีภาษาไทย มีการชำระเงินให้เลือกหลายแบบ ค่อนข้างสะดวกสบาย บางครั้งอาจมีโปรโมชั่นด้วย

3. ซื้อบัตรที่สวนสนุกเลยซื้อบัตรที่สวนสนุกเลย

วิธีต่อคิวซื้อหน้าสวนสนุก (วิธีนี้ไม่แนะนำหากไม่จำเป็นจริง ๆ เพราะคิวยาวมากกและจะทำให้เสียเวลาเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก)

 

เหล่าเครื่องเล่นสุดมันส์ใน Universal Studio Japan

หลังจากมีตั๋วอยู่ในมือเรียบร้อยและเดินทางมาถึงที่สวนสนุกแล้วก็ถึงเวลาตะลุยเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกให้สะใจกันไปเลย

Universal Studio Japan มีเครื่องเล่นทั้งหมด 8 โซน ในแต่ละโซนก็จะมีเครื่องเล่นมากมายที่น่าสนใจ งั้นเราขอพาทุกคนไปเริ่มต้นเล่นเครื่องกันที่โซนสุดฮิตซึ่งมีคนต่อคิวเข้ากันยาวเหยียดอย่าง โซน The Wizarding World of Harry Potter กันก่อนเลยดีกว่า!

 

The Wizarding World of Harry Potter : โลกเวทมนตร์ของแฮร์รี่ พ็อตเตอร์

      เหตุผลที่โซนนี้เป็นที่หมายปองของทุกคน ก็เพราะเป็นดินแดนแห่งเวทมนตร์ที่จำลองเรื่องราวในภาพยนตร์พ่อมดชื่อดังอย่าง Harry Potter เอาไว้ภายในสวนสนุกแห่งนี้นั่นเอง แค่ได้เห็นปราสาทฮอกวอตส์ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าก็ตื่นเต้นจนตัวสั่นแล้ว !

      ตั้งแต่บริเวณทางเข้าก็เหมือนเรากำลังหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเรื่อง Harry Potter เพราะทุกอย่างรอบตัวเราจำลองมาจากในหนังทั้งหมด ตั้งแต่ปราสาทฮอกวอตส์ที่ภายในสร้างขึ้นเหมือนต้นแบบในหนังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือนที่พูดคุยตอบโต้กันได้ หรือแม้แต่หมวกคัดสรรก็ยังมี

      สำหรับเครื่องเล่นยอดฮิตของโซนนี้ก็คือ Harry Potter and Forbidden Journey เป็นเครื่องเล่นรูปแบบ 3D ที่จะทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ขี่ไม้กวาดผจญภัยไปในฉากอันแสนตื่นเต้นกับแฮร์รี่ไม่ว่าจะเป็นในป่าต้องห้ามหรือไล่ล่ามังกรในสนามควิตดิช สนุกสุดมันส์เหมือนเรากลายเป็นพ่อมดแม่มดจริง ๆ เลยล่ะ

     แต่ที่โซนนี้ไม่ได้มีเครื่องเล่นทีเด็ดแค่อย่างเดียวเท่านั้นนะ เพราะเขายังมีเครื่องเล่น Flight of the Hippogriff รถไฟเหาะเจ้านกฮิพโพกริฟที่มีหัวเป็นนกอินทรีย์ตัวเป็นม้าซึ่งจะพาเราเหาะทะยานไปตามรางอย่างสนุกสนาน

     หลังจากเล่นเครื่องเล่นกันเต็มอิ่มแล้ว ในดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้ยังมีโซนร้านค้าขายของวิเศษที่หาซื้อได้เฉพาะในดินแดนแห่งนี้เท่านั้นด้วย นั่นก็คือโซน Hogsmeade ของดินแดนเวทมนตร์ที่มีร้านค้าอยู่มากมาย

 

     ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมยอดฮิตแห่งเมืองเวทมนตร์อย่าง Honeydukes ที่มีเยลลี่เม็ดทุกรสของเบอร์ตี้บอตต์ และกบช็อกโกแลตวางขาย , ร้านขายของเล่นกล Zonko’s, ร้านขายอุปกรณ์พ่อมด แม่มด Wiseacre’s Wizarding Equipment (มีชุดพ่อมดแม่มดเหมือนเป๊ะขายด้วย!) หรือร้านขายไม้กายสิทธิ์ Ollivanders (มีไม้กายสิทธิ์ของตัวละครในหนังวางขาย)

 

และยังมีอีกหนึ่งร้านที่เด็ด Three Broomsticks ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มซึ่งมี ‘บัตเตอร์เบียร์’ เครื่องดื่มที่เราไม่ควรพลาดหากได้มาที่นี่ ! เรียกได้ว่ามาถึงโซนนี้แล้วจะได้สัมผัสบรรยากาศของโลกเวทมนตร์ได้อย่างเต็มที่เลย

Amity Village : หมู่บ้านริมท่าเรือแสนตื่นเต้น

ฟินกับโลกเวทมนตร์ไปแล้วขอพาไปสนุกกันต่อที่โซน Amity Village ที่ตกแต่งเป็นหมู่บ้านริมท่าเรือและมีเครื่องเล่นสุดตื่นเต้นที่จำลองฉากระทึกใจจากภาพยนตร์เรื่อง JAWSอยู่ด้วย

โดยเราจะได้ล่องเรือไปปะทะกับฉลามตัวใหญ่โดยมีกัปตันเรือคอยบิ้วท์อารมณ์ให้เราตื่นเต้นไปพร้อมกับเอฟเฟคอลังการที่เกิดขึ้นตลอดการล่องเรือของเรา เป็นการผจญภัยสุดมันส์ที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

Water World : การแสดงสุดเร้าใจบนผิวน้ำ

โซนนี้อยู่ไม่ไกลจากโซนก่อนหน้าที่เราเพิ่งแนะนำไปเป็นโซนเล็ก ๆ ที่ไม่มีเครื่องเล่นแต่มี Water World การแสดงบนผิวน้ำผ่านเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นจนคุณแทบหยุดหายใจกับเอฟเฟคสุดเร้าใจกับการขับขี่เจ็ทสกีบนผิวน้ำสุดหวาดเสียว เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่น่าสนใจของสวนสนุกแห่งนี้

Jurassic Park : ตะลุยดินแดนไดโนเสาร์ !

   มาถึงอีกหนึ่งโซนที่จะพาเราไปพบกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่แข็งแรงที่สุดในโลกอย่าง ‘ไดโนเสาร์’ ด้วยการเล่นเครื่องเล่นสุดมันส์อย่าง Jurassic Park – The Ride ที่จะพาเราล่องเรือไปชมไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในโซนนี้และยังมีทีเด็ดสุด ๆ ตรงที่เราจะได้ปะทะกับเจ้า T-rex ตรง ๆ ขณะเล่นเครื่องเล่นเลยนี่สิจะตื่นเต้นขนาดไหนลองมาเล่นกันดูให้ได้ล่ะ!

Sanfrancisco : เล่นเครื่องเล่นที่ซานฟรานซิสโกกันเถอะ

      บรรยากาศของโซนนี้อย่างกับซานฟรานซิสโกเลยล่ะ ส่วนเครื่องเล่นที่อยู่ในโซนนี้ก็มีทั้งแบบเล่นแล้วชวนลุ้นตื่นเต้นอย่างเครื่องเล่น Back To The Future® – The Ride ที่จะพาเราตะลุยไปยังอนาคตผ่านเทคนิคภาพ 3D ที่สมจริง

และยังมีการแสดงที่น่าตื่นตะลึงอย่าง Backdraft ให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์น่าหวาดเสียวในสถานการณ์จำลองในโกดังขนาดใหญ่ที่กำลังพังตัวลงมา เราจะได้ชมแสงสีเสียงของการระเบิด ไฟฟ้าช็อต และไฟที่ลุกไหม้อย่างใกล้ชิดราวกับว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์สุดอันตรายนี้จริง ๆ ใครชอบความหวาดเสียวต้องมาชมการแสดงนี้ให้ได้

 

      แต่นอกจากความตื่นเต้นและความน่าหวาดเสียวแล้วที่โซนนี้ยังมีเหล่ามินเนี่ยนผู้น่ารักน่าเอ็นดูรอเจอเราอยู่ด้วยนะ

New York : ถิ่นไอแมงมุม

สนุกกับซานฟรานซิสโกกันมาเต็มที่แล้วขอพาไปเที่ยวกันต่อที่โซนนิวยอร์ก ที่นี่ก็มีเครื่องเล่นยอดฮิตรอให้เรามาเล่นอยู่ด้วยเช่นกัน เริ่มกันที่ไฮไลท์ของโซนนี้อย่าง The Amazing Adventures of Spider-Man – The Ride 4K3D ที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเครื่องเล่นล้ำสมัยอย่าง 4K3D

พาเราให้เราสับสนงงงวยไปกับความสมจริงของเครื่องเล่นจนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงมากกว่าจินตนาการพร้อมด้วยสเปเชี่ยลเอฟเฟคกว่า 100 อย่าง โดยเครื่องเล่นนี้จะพาเราร่วมปฎิบัติภารกิจปราบผู้ร้ายไปพร้อมกับสไปเดอร์แมนราวกับเป็นมือขวาของเขาเลย ! จะสนุกแค่ไหนอยากให้ลองมาสัมผัสกันด้วยตัวเอง

 

แถมด้วยอีกหนึ่งความตื่นเต้นของภาพยนตร์เรื่อง Terminator 2 ที่ฉายออกมาในเวอร์ชั่นของ Terminator 2:3-D งานนี้ได้เทคโนโลยีขั้นสุดมาเพิ่มความตื่นเต้นของหนังเรื่องนี้ให้เราได้ดูแบบคาดไม่ถึงแน่นอน

 

Hollywood : เล่นรถไฟเหาะสุดมันส์

มาถึงอีกหนึ่งโซนใหญ่ที่มีเครื่องเล่นน่าตื่นเต้นอย่างรถไฟเหาะเป็นตัวชูโรงถึง 2 ขบวนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Hollywood Dream – The Ride โรลเลอร์โคสเตอร์แบบใหม่แสนสนุกสุดมันส์ที่เราจะได้ยินเสียงเพลงที่เราเลือกขณะที่กำลังนั่งรถไฟเหาะ

หรือรถไฟเหาะ Hollywood Dream -The Ride- Backdrop ที่เพิ่มความมันส์ด้วยการให้เราได้เล่นรถไฟเหาะแบบถอยหลัง ตื่นเต้นน่าหวาดเสียวจนรู้สึกเหมือนกำลังหล่นลงจากที่สูงเลย

ตามติดมาด้วยความน่าตื่นเต้นอีกหนึ่งอย่างของโซนนี้อย่างเครื่องเล่น Space Fantasy – The Ride ที่จะพาเราตะลุยอวกาศด้วยโรลเลอร์โคสเตอร์ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกสรรสร้างมาเป็นอย่างดีเสมือนเรากำลังนั่งยานอวกาศท่องอยู่นอกโลกจริง ๆ

ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์ 3D และการแสดงสนุก ๆ ที่มีฉายเฉพาะในโซนนี้เท่านั้นอย่าง Animation Celebration การแสดงที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนตัวการ์ตูนหลุดออกมาจากนอกจอ, Universal Monsters Live Rock And Roll Show การแสดงจากเหล่าปีศาจที่แสนตระการตา

และภาพยนตร์ 3D จากตัวการ์ตูนสุดฮาอย่าง Shrek’s 4-D Adventure และเรื่องราวความน่ารักของเหล่า Sesame ใน Sesame Street 4-D Movie Magic ทั้งหมดนี้มาสนุกกันได้ที่โซน Hollywood นะ

Universal Wonderland : โซนสนุกของเด็กน้อย

     ปิดท้ายด้วยโซนสุดน่ารักสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ อย่างโซน Universal Wonderland มาถึงโซนนี้จะได้พบความน่ารักของเหล่าตัวการ์ตูนที่เราต่างก็คุ้นเคยผ่านบรรยากาศการตกแต่งของโซนนี้และเครื่องเล่นสนุก ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสนูปปี้ แมวน้อย Hello Kity และเหล่าเพื่อน ๆ จาก Sesame Street

โดยอาณาจักร Universal Wonderland นี้จะแบ่งออกเป็น 4 โซนย่อยด้วยกันอย่าง Universal Wonderland, Snoopy Studios,Hello Kitty Fashion Avenue และ Sesame Street Fun World ที่มีเครื่องเล่นและโชว์สนุก ๆ อยู่หลายอย่าง

แม้โซนนี้จะเหมาะกับเด็ก ๆ มากกว่า แต่เราที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งมีหัวใจเป็นเด็กหรือผู้ที่ปลื้มปริ่มกับตัวการ์ตูนเหล่านี้ก็มาสนุกกันได้ไม่ว่ากัน

 

TIP : เทคนิคการเที่ยว Universal Studio Japan ให้สนุก

Universal Studio Japan

ที่อยู่ 2 Chome-1-33 Sakurajima, Konohana Ward, Osaka, Osaka Prefecture 554-0031, Japan
วิธีเดินทาง ขึ้นรถไฟ JR สาย Sakurajima Line มาลงที่สถานี Ningyocho ใช้เวลาเดินอีก 5 นาที
เวลาทำการ 10.00-19.00 น.(วันหยุดปิด 22.00 น.)
Website Universal Studio Japan

Cr.chillchilljapan.com